vtz_gut_2_2025n

ผลัดขน ลำไส้อุดตัน ในกระต่าย

ผลัดขน ลำไส้อุดตัน ในกระต่าย

ผลัดขน ลำไส้อุดตัน! ภัยเงียบของกระต่าย ยาวนะ แต่คนเลี้ยงกระต่ายต้องอ่าน

วันนี้หมอมิ้นท์มีเคสที่เจอตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่อยากยกมาแชร์เป็นกรณีตัวอย่าง ให้ป๊าๆมี๊ๆกระต่ายสังเกตลูกตัวเองที่บ้านกันค่ะ

น้องมะฟิน ถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลด้วยอาการสงสัยท้องอืด และปวดท้องมาก หมอจับเอ็กซเรย์ซ้ำและทำการตรวจเลือด พบกระเพาะขยาย และพบค่าเลือดบางประการบ่งชี้สภาวะทางเดินอาหารอุดตันสมบูรณ์

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ คุณแม่เล่าว่าน้องผลัดขนเยอะ และเคยมีอุจจาระสายสร้อยมาก่อนที่จะมีอาการสักพัก

หลังจากสงสัยภาวะทางเดินอาหารอุดตันสมบูรณ์ หมอจึงให้แอดมิท เปิดเส้นให้น้ำเกลือและยาแก้ปวดทั้งเข้าเส้นตลอดเวลา และให้ใต้หนังควบคู่ไป ประกอบกับยาหล่อลื่นทางเดินอาหารและสวนทวาร แต่แก๊สไม่มีท่าทีจะลดลง แถมยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในกระเพาะอีกด้วย หมอนึกถึงหัตถการหนึ่งขึ้นมา แต่ภาวนาว่าขออย่าให้ต้องทำเลย เพราะหัตถการนี้มีความเสี่ยงสูงพอสมควร

ผ่านไปไม่นาน มะฟินยังคงไม่อึ และปวดท้องมากขึ้นจนตัวเอียง ยาแก้ปวดเอาไม่อยู่ และกำลังจะเข้าสู่ภาวะช็อคจากความปวด (pain shock) หมอคุยกับคุณแม่ทันที ว่าถึงจุดคุ้มเสี่ยงที่เราจะต้องสอดท่อระบายแก๊สแล้ว เพราะถ้าไม่ทำ โอกาสเสียชีวิตจะเข้าใกล้100% แน่นอน คุณแม่ตอบตกลง

หัตถการสอดท่อระบายแก๊ส เสี่ยงยังไง

กระต่ายเป็นสัตว์ที่โดยปกติจะไม่อาเจียน ไม่เรอ เพราะหูรูดระหว่างกระเพาะอาหารกับหลอดอาหารแน่นมาก หากสอดอะไรลงไปแล้ว มีสิทธิ์ที่จะทำให้อาเจียนย้อนออกมา และสำลักลงหลอดลม เสียชีวิตได้

จะต้องทำภายใต้การวางยาสลบเท่านั้น ซึ่งในสภาวะขาดน้ำอย่างหนักแบบนี้ การวางยามีความเสี่ยงสูงแน่นอน และมีโอกาสสำลักอาเจียนลงหลอดลม ขณะสลบ

ไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุ แต่เป็นการระบายแก๊สฉุกเฉิน บางตัวอาจจะต้องสอดท่อระบายแก๊สมากกว่า1ครั้ง หรือหากแก๊สยังกลับมาเร็ว การอุดตันอยู่ในจุดที่แคบมาก ก็อาจต้องผ่าตัดลำไส้ฉุกเฉิน

เราทำการลดความเสี่ยงอย่างเต็มที่ ด้วยการสอดท่อช่วยหายใจ (Endotracheal tube) ตลอดเวลา มีเครื่องช่วยหายใจ (ventilator) พร้อมเสมอ และมีเครื่องวัดสัญญาณชีพ เพื่อดูคุณภาพการสลบตลอดการทำหัตถการ

จากนั้น มะฟินได้รับการสอดท่อระบายแก๊ส พร้อมป้อนสารทึบรังสีเพื่อทำการเอ็กซเรย์ติดตามการอุดตันของลำไส้อย่างต่อเนื่อง

น้องมะฟินฟื้นสลบอย่างดี และได้รับการ recovery โดยทีมหมอ exotic และพยาบาลสำหรับสัตว์เอ็กโซติก ที่เฝ้าสังเกตอาการตลอดทั้งคืน ค่อยยังชั่ว มะฟินงับหญ้าคำแรก คุณแม่กับหมอโล่งใจเลยค่ะ

สิ่งที่ได้ออกมาจากการสอดท่อระบาย มีแก๊สมากมาย มีอาหารนิดหน่อย และมีขนออกมาเยอะเลย

สุดท้ายน้องมะฟินกลับมากินหญ้า ขับถ่ายอุจจาระ ไม่ปวดท้อง ประสบผลสำเร็จในการรักษา และได้กลับไปกอดคุณแม่ที่บ้านเป็นที่เรียบร้อย โชคดีมากที่ไม่ต้องผ่าตัดนะลูกเอ้ย

แต่หากไม่อยากต้องพบกับความเสี่ยงแบบนี้ ถ้าลูกเราผลัดขน ต้องทำยังไงนะแม่ๆพ่อๆ ต้องอ่านให้ถึงตรงนี้นะคะ เพราะไม่ใช่กระต่ายทุกตัวจะโชคดีแบบมะฟิน

1. หมั่นช่วยแปรงขนออกเสมอ กระต่ายเมืองไทยผลัดขนตลอด ผลัดบ่อย บางตัวผลัดครั้งนึงเยอะมากๆ อาจจะต้องคอยช่วยแปรงออกเป็นประจำ

2. น้ำต้องถึง!!! สำคัญมาก กระต่าย1kg ควรได้รับน้ำอย่างน้อยวันละ 150 ซีซีขึ้นไป (ถ้าผลัดขนต้องได้รับเยอะเป็นพิเศษ) เพราะเมื่อร่างกายขาดน้ำ ทางเดินอาหารขาดน้ำ ลำไส้เคลื่อนตัวไม่ดี ก้อนขนกระจุก ก็อาจจะอุดตันได้ค่ะ

3. สังเกตอึ๊สายสร้อย! ถ้าเริ่มมี อาจเป็นสัญญาณว่าข้อ1กับข้อ2 อาจจะยังไม่เพียงพอ ถ้ามีออกมาเยอะ พามาหาหมอๆ เพื่อมาตรวจดูก่อนว่าเริ่มมีปัญหาจนต้องกินยาหรือยัง

4. ป้อนเสริมเหล่าอาหารไฟเบอร์สูง🍴 สำหรับกระต่าย เพื่อเพิ่มการกินน้ำ และเพิ่มไฟเบอร์ การบีบตัวของลำไส้ก็จะดีขึ้นเมื่อได้รับไฟเบอร์เพียงพอ

5. ขนม ผักผลไม้สด กับเม็ดๆ (ถ้าให้เยอะเกินคำแนะนำ) ลดได้ลดก่อนนะคะ บางบ้านอาจจะเคยได้กินขนม กินเม็ดๆเยอะจนอุจจาระออกมาเป็นเจล หมอบอกเลยว่าถ้าอุดตันทั้งเจลทั้งขน ไม่สนุกแน่ๆ

สุดท้าย..มีอะไรรีบบอกหมอ แค่ยกหูโทรมาปรึกษาหรือทักมาสอบถามเรา ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอะไรเลยค่ะ มีแต่คำแนะนำและความหวังดีล้วนๆ เชื่อเถอะว่าหมอๆหวังดีกับเด็กๆไม่ต่างจากพ่อแม่เลย อะไรรอได้หมอจะบอกให้รอ อะไรรอไม่ได้ หมอจะได้รีบบอกให้พามาดูด่วนๆ

โหดพอๆกับตับบิด ก็ทางเดินอาหารอุดตันสมบูรณ์ (GI complete obstruction) นี่แหละค่ะ ฝันร้ายของกระต่าย พ่อแม่ และหมอด้วย ทั้งวินิจฉัยยาก ฉุกเฉิน ต้องรีบตัดสินใจแข่งกับเวลา (อีกแล้ว)

ปล.ทางเดินอาหารอุดตันในกระต่าย ไม่ได้เกิดจากก้อนขนเพียงเท่านั้น แต่มีสาเหตุอื่นๆอีกมากมาย ไว้หมอมาเล่าให้ฟังวันหลังนะคะ

Comments are closed.